Report

Nightmare.White Room PV Report

posted on 10 May 2008 15:13 by angelic01  in Report

ภาพประกอบ (มีอีกในบอร์ด)
http://jrockthailand.invisionplus.net/index.php?mforum=jrockthailand&act=idx

                ตอนที่คุณเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้  ไนท์แมร์ ก็เริ่มทัวร์คอนเสิร์ต "six point killer show" กันแล้ว และในตอนที่ทัวร์ "White Room" เพลงใหม่ของพวกเขาก็มีกำหนดวางจำหน่ายเช่นกัน โดยจำกัดเวลาในการดาวโหลดผ่าน มือถือ และคอมฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม ถึง 23 มีนาคม และดูเหมือนว่า วันที่ 12 มีนาคม ก็จะมีกำหนดปล่อยมิวสิควีดีโอต่อด้วย

                นิตยสารของเราเลยแอบเข้าไปยังสถานที่ถ่ายทำมิวสิควีดีโอ "White Room" ที่จะออกฉายในวันที่ 12 นี้ และที่ถ่ายปกซิงเกิ้ลที่สตูดิโอในเมือง kisarazu จังหวัด จิบะ กันมาด้วย

                เป็นสถานที่ที่ใช้เป็นแบบ Generalprobe (เป็นที่ซ้อมเสมือนแสดงจริง) ของการแสดงไลฟ์ หรือคอนเสิร์ตต่างๆ คือจะแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นเวทีแสดง และโกดัง

          พวกเรามาถึงสถานที่ถ่ายทำกันตอน 11 โมงเช้า ตอนนั้นเริ่มถ่ายซีนของแต่ละคนกันไปแล้ว ตอนนี้ยังเป็นช่วงเดือนกุมภาพันอยู่ ขนาดกลางวันอุณหภูมิยัง 10 องศา ภายในสตูดิโอที่มีคนโหรงเหรงอยู่แล้วเลยทำให้หนาวสั่นขึ้นอีก ซาคิโตะกำลังถ่ายซีนกีตาร์อยู่ ชุดสำหรับเอ็มวีไม่ได้ช่วยต้านทานความหนาวเท่าไหร่ แถมยังต้องสวมรองเท้าธรรมดา ขนาดฉันใส่โค๊ทยังหนาวเลย  แล้วเขาจะเย็นเท้าบ้างรึเปล่านะ? พอซาคิโตะกลับมาเช็คความเรียบร้อยที่จอมอนิเตอร์ก็เลยได้คำตอบว่า "หนาวอยู่เหมือนกัน แต่พอได้ขยับตามจังหวะก็เลยร้อนขึ้น (ยิ้ม)"

 ซาคิโตะ

                ทำนองเพลงนี้ เมื่อก่อนดังมาก คุณชีนะริงโกะโคฟเวอร์ไว้เมื่อหลายปีก่อน เพลง momen no handkerchief ใช่มั้ย ( 木綿のハンカチ-フ) ผมชอบมากๆ เลยนะ  เนื้อหาเกี่ยวกับมุมมองของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่ฝ่ายชายไปตามหาฝันที่โตเกียว ส่วนผู้หญิงยังคงอยู่ที่บ้านเกิด คราวนี้ก็เป็นมุมมองของฝ่ายชายในแบบของผม ก็เลยเป็นเนื้อเพลง White Room แต่ดนตรีของไนร์แมร์จะเยอะกว่า ผมเองก็เข้ามาที่โตเกียวเช่นกัน ก็เลยมีเรื่องของตัวเองเขียนเข้าไปด้วย แต่ตอนที่วางแผนครั้งแรก เนื้อหาเป็นการดิ้นรนต่อสู้ซะมากกว่า แต่ตัวผมเองก็ไม่ได้เจอเรื่องแบบนั้นถึงขนาดจะเอามาเขียนได้ ก็เลยต้องเปลี่ยนทิศทางกันใหม่  ส่วนซาวด์เพลงก็ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่นะ ตามแบบต้นฉบับ  .. เอ็มวีตัวนี้เลยเข้าใจง่ายด้วย ที่สำคัญปรับเปลี่ยนจากทำนองเดิมไปหลายอย่าง แต่คิดว่าน่าจะชอบกัน

 

 โยมิ

            ก่อนจะมาเป็นชื่อเพลง White Room ชื่อแรกคือ "กันดั้ม"  ล่ะ แต่พอลองร้องแล้วจินตนาการว่าถ้าเป็นเพลงไตเติ้ล จะให้อารมณ์ประมาณนี้หรือเปล่านะ ผลคือ ชื่อ กันดั้ม ไม่ได้เข้ากับทำนองเพลงเลย (หัวเราะ) ผมเองก็ชอบทำนองเพลงนี้มากด้วย เนื้อเพลงเศร้าไปซักหน่อย แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ร้องแล้วรู้สึกดีมาก ตอนร้องเพลงนี้ในไลฟ์ต้องออกมาดีแน่ๆ รับรองครับ!!

Not Complete 100%  I'll Edit it after
Credit :: Arena37 Magazine 4 April 2008 NO.307

คนอื่นกำลังจะตามมาค่ะ คอยคิดตามละกันนะ อิอิ .. แปลไปเล่นไป เลยช้าหน่อย ช่วงนี้แรงฮึดลดลง

Coming Soon

 

ต้นฉบับ momen no handkerchief  โดยคุณฟุคาวะ

http://youtube.com/watch?v=PvzpdFDGQ5k&feature=related

ชีนะ ริงโกะ กับ Nao Matsuzaki   โคฟเวอร์ไว้ มีซับอิงค์ด้วย พอเข้าใจความหมายเนี่ย ฟังเพลงสนุกขึ้นเยอะเลย ไปฟังกัน

 http://youtube.com/watch?v=4a2PI4raqlg

และสุดท้าย ท้ายสุด ของไนร์แมร์ เราไม่เจอเอ็มวีในยูทูป มีแต่ที่เป็นโอพีวีจากแฟนคลับ ฟังเพลงไปก่อนนะ

http://youtube.com/watch?v=QtfF4K2_PlQ

 

 

 

edit @ 11 May 2008 13:02:35 by Angelic01

The Gazette @คลื่นวิทยุ Tokyo FM & bayfm

posted on 26 Apr 2008 01:42 by angelic01  in Report
ตามติด the Gazette ไปคลื่นวิทยุ Tokyo FM à bayfm

               

                เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Gazette ออกจำหน่ายซิงเกิ้ล “Guren” เป็นวันแรก และในวันที่ 16 เดือนเดียวกันนั้น ก็ได้รับเชิญให้เป็นแขกพิเศษในรายการวิทยุทั้ง Tokyo Fm และ bayfm ไปเกาะติดบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้เห็นของ  Gazette กันดีกว่าค่ะ

Ruki&Reita @ Tokyo FM  

รูกิ และเรตะ  โบกมือ เล่นกับแฟนๆ ที่สับเปลี่ยนเข้ามาทักทาย อยู่ตลอดเวลา 

                วันศุกร์ของต้นฤดูใบไม้ผลิ ที่แสงแดดอบอุ่นสาดส่อง The Gazette ได้มาเยือนสถานีวิทยุ Tokyo Fm และ bayfm เป็นที่ที่สอง เกี่ยวกับซิงเกิ้ล Guren ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปในวันที่เหมาะแก่การจะเดินทางท่องโลกอย่างยิ่ง เรามาย้อนกลับไปในหนึ่งวันนั้นที่ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ Gazette และเสียงหัวเราะที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง !?  กันเถอะ

 

                ยามบ่ายแจ่มใส  เวลา 13 นาฬิกา เป็นเวลาที่รายการวิทยุ Tokyo FM SpainZaka Studio เริ่มออกอากาศ และจากนั้นไม่นาน รูกิ และ เรตะ ก็มาปรากฏตัว เสียงกรีดร้องจากแฟนเพลงที่เฝ้ารออยู่จึงดังขึ้น เนื่องจากจำนวนแฟนเพลงที่มีมาก การเข้ามาดูการออกอากาศจึงมีการแบ่งให้เข้ามาได้เป็นช่วงๆ และจำกัดเวลา โดยระยะห่างจาก Gazette ประมาณ 1 เมตร ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็คุ้มค่า และต่อให้เป็นตอนเที่ยงก็ตาม เสื้อผ้า หน้าผม ก็ยังพร้อมขึ้นเวทีได้ทันที เป็นร๊อคอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

             พอเริ่มต้นด้วยคำถามส่วนตัวว่า ได้ทำอะไรร่วมกับสมาชิกในวงบ้างมั้ย ก็ได้รับคำตอบจาก รูกิว่า จริงๆ แล้วเมื่อวานพวกเราสามคน ผม เรตะ แล้วก็อุรูฮะ ไปแฟมิลี่ เรสเตอรองกันมา แล้วไม่รู้ยังไงถึงได้มาคุยกันถึงเรื่อง “Prison Break” ได้ (หนังอเมริกาที่ดังมาก และสนุกมาก) เป็นหนังประเภท suspense ที่น่าสนใจมาก ก็เลยตั้งหน้าตั้งตาฟัง ติดใจมาก สุดท้าย ก็เลยไปที่ร้านเช่าวีดีโอไม่งั้นแล้วนอนไม่หลับแน่ๆ (หัวเราะ) 

            ระหว่างช่วงโฆษณา ทั้งสองถอดเครื่องมอนิเตอร์ และหูฟังออก ท่าทีเปลี่ยนเป็นผ่อนคลาย โบกมือด้วยใบหน้ายิ้มอย่างอ่อนโยน ให้แฟนเพลง ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่สับเปลี่ยนเข้ามาแทนกัน แฟนๆ ที่ทำท่าอาลัยอาวรณ์ด้วยความเสียดาย เลยเป็นปลื้มกันยกใหญ่ นานๆ ตอบรับแฟนเพลงที ก็ทำให้มีความสุขและเป็นสิ่งวิเศษจนแทบจะทนไม่ไหว

ตอนที่คุยกันถึงเรื่อง ดอกไม้สีเลือดพาดพิงคำตอบรุกิว่า รุกิเป็นคนคิดลึกหรอ ทำให้ทุกคนต่างอึ้งกันหมด

ผมเนี่ย ไม่ว่าจะอยู่ ไหนก็ดูจะโชคร้ายตลอดเลยเนอะพูดไปเรตะก็มองตลอด รุกิเลยสวนกลับ

นาย จ้องฉันขนาดนี้เนี่ย!? ไม่คิดเลยนะ (หัวเราะ)

เป็นการเปิดเผยตัวจริงไปอย่างหมดเปลือก ... ไม่ซิ อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ (หัวเราะ)

 

                ตามด้วยเรื่องตลกอีกเรื่องตอนที่อัดเพลง 傀儡絵 ( Kugutsue ) หัวหน้าคอรัส พลิกตลับเทป กลับด้าน ทุกคนก็เลยหัวเราะก๊ากกันใหญ่ ไม่ว่าจะเล่ากี่ทีก็ฮา ถึงเรื่องที่ได้รับการเปิดเผยได้ในนิตยสารนี้ จะมีแค่บทสัมภาษณ์ แต่พอคิดถึงขึ้นมาทีไร ก็รู้สึกสนุกจนต้องยิ้มออกมาทุกครั้ง พอถามถึง ชีวิตประจำวันที่ทำจนติดเป็นนิสัย ดูจากความเป็น Visual ขนาดนี้ มองไม่ออกเลยว่า เรตะ จะตอบว่า ทำความสะอาดห้องอาทิตย์ละครั้ง

ระหว่างที่เถียงกันว่าฝ่ายไหนรักสะอาดกว่ากัน สุดท้ายไปๆ มาๆ เรื่องกลับเป็นว่า ใครเป็นโดะเอ็ม นอกจาก ไค แล้ว นอกนั้นก็ดูเหมือนโดะเอ็มกันหมดแหละ (หัวเราะ)

                  มีคำถามจากผู้ฟัง ถามเข้ามาว่า ถ้าให้ยกเว้นนักดนตรีไว้ คิดว่าจะทำอาชีพอะไร เรตะตอบว่า ผู้กำกับภาพยนตร์ส่วนรุกิตอบว่า พนักงานร้าน Pet Shop”รุกิ รักสัตว์มาก ที่จริงที่บ้านก็เลี้ยงสุนัขไว้ แต่รุกิเขาตั้งใจอย่างแรงกล้าเลยว่าอยากจะมี มาเมชิบะ เป็นของตัวเอง รุกิเผยรอยยิ้มอ่อนโยนที่แทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน                ตั้งแต่เดือนมีนาคมก็จะมีทัวร์ทั่วประเทศ เดือนพฤษภาคมไปที่โอซาก้าโจ ฮอล์ และที่กระตือรือร้นมากคือที่สุดท้ายที่สนามกีฬาแห่งชาติ(ไม่ชัวร์เน้อค่ะนิ่ แฟน กาเซ็ท เช็คข่าวให้ที) 

เรตะ         จะได้เห็น ในรูปแบบใหม่กันครับ

รูกิ         ถึงจะไม่รู้จักพวกผม แต่ถ้ามาแล้วล่ะก็คิดว่า ได้ตื่นเต้นเร้าใจกันแน่ ... ยังไงก็มาให้ได้นะครับ!”

 

the Gazette @ bayfm

  "รูกิ และเรตะ นั่งรถมาที่ Ikspiari เพื่อมาปรากฏตัวที่ bayfm ช่วง NEC POWER COUNTDOWN JAPAN HOT 30 เป็นการรวมตัวแขกพิเศษทั้ง 5 คนที่วิเศษอย่างมาก"  

                พักจากที่ Tokyo FM ไม่เท่าไหร่ก็ต้องขึ้นรถ ย้ายไปที่ bayfm อย่างเร่งด่วน พออยู่ในรถ ก็พร่ามเรื่องเพลงบ้าง เรื่องหนังบ้าง ไปจนถึงเรื่องเก่าๆ ทั้งเรตะ ทั้งรุกิ พูดกันได้ ไม่หยุดปาก เป็นธรรมดาของคนสองคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย น่าชื่มชมในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของพวกเขาจริงๆ

 

            ตอนที่ไปถึง Ikspiari (อิตสะไพอะริค) ที่เป็นที่ตั้งของ bayfm นั้นทั้งอุรุฮะ อาโออิ และไค มารออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เริ่มออกอากาศจนมาถึง เรื่อง “Guren” (ดอกไม้สีเลือด) ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูต่างออกไปนะ (แตกต่างกันไปทุกซิงเกิ้ล) ดีเจ คุณบั๊กกี้ โคบะ สวมสเว็ตเตอร์สีแดงสด (เข้ากับซิงเกิ้ล ดอกไม้สีเลือด) ออกความเห็นอย่างตื่นเต้น

ในเมืองที่เต็มไปด้วย คู่รัก และ ครอบครัวที่พากันมาเที่ยวเล่น ราวกับเมืองในฝัน นั้น กลับมี คน 5 คนมา ที่ดูไม่เหมาะสมยังไงไม่รู้มารวมตัวกันอยู่ คล้ายกับว่าพวกเค้า นั้น ได้เฝ้าคอย ถึง ความมืดมิด และ ความสดใส อยู่ 

                แถมแฟนๆ มากยังเบียดเสียดกันเพื่อที่จะได้เห็นพวกเขาอีก ขนาดสต๊าฟยังเอ่ยปากว่า สุดยอด สุดยอด ตั้งหลายครั้ง

เริ่มแรกเลยให้ Gazette ที่มารายการวิทยุเป็นครั้งแรก ได้พูดถึงตัวเองเกี่ยวกับบทบาทในวงกันก่อน

ชอบทำอะไรเป็นเล่นๆ ... แล้วก็หน้าเด็กที่สุดด้วย (หัวเราะ) ไค เผาตัวเอง

ชอบทุกอย่างที่เป็นตัวผม สนุกที่ได้อยู่กับตัวเอง (หัวเราะ)เรตะ ผู้มั่นใจในตัวเอง

ผมเป็นนักกีตาร์ครับ แต่ก็กลมกลืนกับคนปกติทั่วไป อุรูฮะ ผู้ที่ไม่แสดงออกว่าปกติ

ขาดไม่ได้ มีตัวตนเช่นเดียวกับอากาศ รูกิแสดงตัวตนในฐานะนักร้องนำด้วยการพูดจาวกวนเป็นเอกลักษณ์     

ถ้าจะพูดถึงตัวผม คือดวงดาว คือ the gazette .. คือญี่ปุ่น คือโลก!... พูดไกลไปแล้ว (หัวเราะ) อาโออิ

                ให้พูดถึงคนในวงกันเองบ้าง

ไค พูดถึง อุรูฮะ

ถึงจะเป็นเรื่องไร้สาระก็เถอะ เวลาพูดด้วยอยากจะให้เลิกยิ้มๆ ไม่พูดอะไรที

เรตะ พูดถึง ไค

สงสัยไปทุกอย่าง อยากให้เลิกพูดอะไรไม่ปะติดปะต่อที

                ถ้ามีเวลามากกว่านี้ คงได้ปะทะกันมันส์แน่ อันตราย อันตราย (หัวเราะ)

  Not Complete 100%  I’ll Edit it after ..   
Credit :: Arena37 Magazine 4 April 2008 NO.307

 

 

 

 

 

edit @ 29 Apr 2008 00:56:27 by Angelic01

Alice Nine.2008 standing tour "A to U"

posted on 24 Apr 2008 22:18 by angelic01  in Report

               ชินคิบะ STUDIO COAST คงจะเป็นทัวร์ฯ สุดท้ายสำหรับคอนเสิร์ต “A to U” ในการทัวร์ฯ ประจำปี 2008 เนื่องจากอาการบาดเจ็บของโทระ ทำให้การแสดง 4 ที่ต้องเลื่อนกำหนดออกไป และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเป็นแน่ แต่ค่ำคืนนี้  ระดับความร้อนของอลิชไนน์ และแฟนกลับดูจะเพิ่มสูงขึ้น ผิดกับบรรยากาศอันตึงเครียดของไลฟ์อย่างสิ้นเชิง

               
                
พยากรณ์อากาศวันนี้ว่าในเขตโตเกียวจะมีหิมะ มีฝนเย็นย่ำตกลงมาอย่างรุนแรงก่อนการแสดงจะเริ่ม และได้นำพาสภาพอากาศอันย่ำแย่มาให้พวกเขาในการแสดงไลฟ์ครั้งใหญ่นี้ด้วย แต่สถานที่จัดในครั้งนี้คือชินคิบะ COAST กลับกลายเป็นคลับกลางคืนขนาดใหญ่ยักษ์ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยบรรยากาศอิสระต่างไปจากสถานที่แสดงไลฟ์ที่ผ่านมา

 

            Cradle to Alpha เพลงสุดท้ายในอัลบั้ม Alpha ถูกใช้เป็น เพลงเปิดตัวในการแสดงไลฟ์ ภายใต้แสงสลัวของสปอตไลท์ สมาชิกอลิชไนน์ เดินออกมายังตำแหน่งเครื่องดนตรีของตัวเองที่วางเตรียมพร้อมไว้ การเปิดตัวของพวกเขา สมาชิกแต่ละคนยังคงปรากฏตัวทีละคนเช่นทุกครั้ง และสิ่งที่โดดเด่นของอลิชไนน์คือการขึ้นยืนบนแท่นมอนิเตอร์ตรงกลางและร้องเรียกกับแฟนๆ  ครั้งนี้การปรากฏตัวกลับเป็นไปอย่างง่ายๆ ผิดคลาด โช ยืนตรงหน้าแท่นไมค์เป็นคนสุดท้าย และเพียงแค่อินโทรเพลง  “ZERO” เพลงแรกเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศก็ดูจะเจิดจรัสตระการตาขึ้นมาทันที นับตั้งแต่เริ่มแรกโชก็หันหน้าเข้าหาแท่นไมค์สีขาว และขับร้องบทเพลงที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกด้วยเสียงที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งที่แห่งนี้ โทระ สวมเผือกสีดำที่คอเข้ากันจนดูเป็นส่วนหนึ่งของชุด และโยกย้ายร่างกายซ้ายขวาไปตามจังหวะบ้าง ยกขาขึ้นมาบ้าง โยกลำตัวอย่างแรงด้วยความชำนาญ ถึงจะไม่ใช่สไตล์ของราชาแห่งการโยกหัว แต่ก็ไม่รู้สึกว่ากำลังบาดเจ็บอยู่แม้แต่น้อย ดุเดือดด้วย 16 เพลงจากอลิชไนน์ ที่นำทยอยออกมาทั้งเพลงหนักแน่นสุขุม หรือจะเป็นเพลงป๊อบที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกอยากจะโลดแล่นอย่างไม่ขาดสาย จนทั่วทั้งบริเวณกลายเป็นฟลอร์เต้นรำ

 

                บทเพลงที่นำมาแสดงในวันนี้รวมกับตอนอังกอร์ไปด้วยแล้ว มีทั้งหมด 20 เพลง เมื่อเทียบกับช่วงกลางของการทัวร์ฯ แล้ว ลำดับเพลงนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มี 6 เพลงที่ต่างออกไป ในการทัวร์ครั้งนี้สมาชิกจะพูดคุยกันถึงการประชุมหลังจากแสดงไลฟ์เสร็จ และกำหนดเพลงที่จะแสดงในครั้งต่อไป เพราะจริงๆ แล้วลิสต์เพลงจะเปลี่ยนไปทุกครั้ง และในบรรดาหลายวงที่ไม่เปลี่ยนลิสต์เพลงโดยทั้งหมดนั้น การเปลี่ยนลิลต์เพลงเป็นการแสดงไลฟ์ที่มีการเปลี่ยนแก่นสารไปด้วย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพวกเขาที่ภาคภูมิใจในความเป็น live band โดยจะเน้นที่เพลงในอัลบั้ม Alpha เป็นหลัก นำมาจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับเพลงเดิมที่เคยเล่นได้เป็นอย่างดี เป็นลิสต์รายการที่หลั่งไหล ออกมาอย่างท่วมท้นตลอดทั้งสองวัน ถึงแม้อลิชไนน์จะมีเพลงที่เรียกได้ว่า มีระดับที่มีความต่างกันของเพลงที่หนักแน่น และเพลงที่เป็นป๊อบอยู่มาก แต่เพราะ ความคิดที่อยากริเริ่มไม่ตามอย่างใครอย่างแน่วแน่นั้น ทำให้มีความชัดเจนในแก่นของการแสดงไลฟ์ แม้จะมีการเปลี่ยนลิสต์เพลงมากมายก็ตาม

 

            ยังไม่แค่นั้นนะ ในทัวร์ครั้งนี้ ยังได้ทำสิ่งแปลกใหม่กับช่วงบรรเลงดนตรีของเพลง “DEAD SCHOOL SCREAMING” ด้วย โดยที่สมาชิกแต่ละคนจะเปิดตัวด้วยโซโล่ที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง และสำหรับเพลง “HIGH COLLAR NARU RONDO” ที่ปกติแล้วจะโซโล่เพียงสั้นๆ แต่ครั้งนี้แหละที่จะได้ดูกันอย่างเต็มตา

เริ่มแรกที่ นาโอะ ตีกลองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไปพร้อมกันกับเสียงกรีดร้องจากแฟนๆ   ซางะ ดีดสายเบสอย่างดุเดือดด้วยการทำ Slap (การตบสายเบส) และเข้ามาร่วมกับนาโอะด้วย โทระก็โซโล่กีตาร์ที่สุดยอดในแบบของ live band

ฮิโรโตะแสดง Avant - garde ควบคู่ไปกับการคัตติ่งด้วยเสียงต่ำ แต่ละคนต่างก็วาดลวดลายกันอย่างชำนาญ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมากในฐานะนักดนตรี

                หลังจากจบการแสดง เมื่อเดินออกจากด้านใน สายฝนก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นหิมะสีขาว

 

 

Credit :: Arena37 Magazine 4 April 2008 NO.307

 Not Complete 100%  I’ll Edit it after ..  

 

 

 

edit @ 24 Apr 2008 23:42:14 by Angelic01