Interview


 

 

 

Credit

Magazine : GYAO Aug. 2009 P. 026-034

Photo : Miura Haruma@popcornfor2

 

 

อยากลองดูว่าจะว่ายน้ำได้อึดแค่ไหน

 

ฮารุมะชอบหน้าร้อนมั้ย

ชอบครับ! แต่จะให้บอกว่าชอบตรงไหนก็บอกไม่ได้เหมือนกัน (หัวเราะ) ผมชอบทุกฤดู ขนาดหน้าฝนจากที่เฉาะแฉะไม่ชอบเลย เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าตอนแสดงละครเวทีกลับคอโล่งดีจัง ส่วนตัวแล้วเป็นคนคิดบวกครับ (หัวเราะ)

 

ฮารุมะเป็นแบบนี้แล้ว หน้าร้อนตอนเด็กๆ ได้ทำอะไรบ้างหรอ

ทำอะไรน่ะหรอ.....ตอนประถมไปสระว่ายน้ำบ่อย แต่ก็ไม่ได้ว่ายในสระจริงๆ จังๆ อะไร ชอบว่ายน้ำครับ ว่ายกับเพื่อนแล้วสนุกดี

 

ว่ายเก่งเลยซิเนี่ย

ก็ว่ายได้ครับ ว่ายเป็นไปเองไม่มีใครสอน ถนัดท่ากรรเชียง  แต่ว่ายกรรเชียงแล้วรู้สึกจะจม เดี๋ยวนี้ก็ยังรู้สึกว่าว่ายให้ได้ซะทีซิอยู่เลย (หัวเราะ) จำได้ว่าครั้งนึงเคยคิดอยากจะลองดูว่าจะว่ายกรรเชียงได้อึดแค่ไหน เลยลองไปแอบว่ายคนเดียว จำไม่ได้แล้วว่าว่ายไปนานแค่ไหน ว่ายจนสระจะปิดเลยล่ะมั้ง

 

เป็นคนที่ถึงไปว่ายน้ำกับเพื่อนแต่ก็จะไม่เล่นเอะอะกันแต่แอบมาว่ายคนเดียวหรอ

ไม่นะ เล่นกับเพื่อนอยู่แล้วล่ะครับ (หัวเราะ) ก็จะมีวิ่งไล่จับกันในสระ จริงๆ ทำไม่ได้ที่ตัดจากเลนหนึ่งไปอีกเลน จนเจ้าหน้าที่มาดุว่าไม่ได้นะ!! …. ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ครับ! ขอโทษไว้ที่นี้เลย (หัวเราะ)

 

ท่าทางจะซนน่าดูเลย

ใช่แล้วครับ เป็นเด็กแข็งแรง หน้าร้อนจะเกรียมแดด ดำไปทั้งตัวเลย เดี๋ยวนี้ขาวได้ขนาดนี้ ตัวเองยังแปลกใจ(หัวเราะ) .... อา! แล้วก็ ที่จำได้แม่นเลย ตอนประถม-ม.ต้น ปั่นจักรยานเสือภูเขาเที่ยวจากบ้านไปภูเขาซึคุบะตอนจะเที่ยวพอคิดว่าพรุ่งนี้ไปปีนเขากัน! ก็ไป เพื่อนเป็นแฝดด้วย สนิททั้งคู่ เลยไปกัน 3 คน

 

ร้องเพลงในวัยเด็กกับเพื่อนสนิทพลางปั่นจักรยานผจญภัยครั้งใหญ่

 

สมกับเป็นหน้าร้อนเลยเนอะ แต่ระยะทางมันไกลพอดูเลยนะ

ใช่แล้วครับ เที่ยวเดียวใช้เวลามากกว่าชั่วโมงเลยมั้ง ผจญภัยกันอย่างเด็กๆ น่ะครับ

 

แล้วรู้ทางหรอ

รู้ครับ มีโครงการเดินเท้าไปภูเขาซึคุบะในกิจกรรมของโรงเรียนมาก่อนแล้ว ไปมาแล้วครั้งนึงก็เลยจำได้ ไม่กลัวหลงด้วย ถึงจะมีทางสำหรับรถสองล้อเลยต้องปั่นจักรยานในทางนั้น แต่อารมณ์มันลั้นลาไปแล้วครับ (หัวเราะ) ร้องเพลงของอิโนอุเอะ โยซุย  (ศิลปินสมัยเด็ก) กับเพื่อนสามคน แหกปากเสียงดังบ้าบอ จนคุณลุงที่สวนมาหัวเราะใหญ่ (หัวเราะ)

 

พออยู่ในโลกส่วนตัวแล้วก็ไม่สนอะไรอีกซินะ

ใช่ เพื่อนแฝดก็เลือดเอบีเหมือนผมด้วย เป็นกลุ่มแฮ้ว 3 คนที่เอบีกันหมด (หัวเราะ)

 

แล้วก็ถึงภูเขาซึคุบะอย่างสวัสดิภาพ

แล้วก็ปีนเขาเป็นครั้งแรกด้วย ระหว่างนั้นก็มีคุณลุงไม่รู้จักเรียกไว้ กลุ่มเด็กผู้ชายประถม 3 คนมันไม่ดีใช่มั้ยล่ะ ก็เลยตกลงจะนำเที่ยวให้ เลยได้ปีนเขาไปกับคุณลุง แกเป็นคนที่คุ้นกับการปีนเขาซึคุบะ พาไปดูที่ที่ไม่มีใครเคยรู้จักหลายที่อย่างน้ำตกสวยๆ เป็นคนดีมาก ปีนกันไปจนถึงยอดเขา วิวบนยอดเขาสวยสุดๆ มองเห็นเมฆอยู่ด้านล่าง ผมกับเพื่อนแฝดพูดกันอยู่นั่นแหละว่า พวกเรามาถึงนี่แล้ว! ”  ประทับใจมาก..มากเลย แล้วก็ปีนลง แยกกับคุณลุงคนนั้น แล้ว ... พอย้อนกลับไปที่ที่จอดจักรยาน จักรยานที่เพื่อนแฝดปั่นมาหายครับ!!

 

 

ไม่จริงอ่ะ หรือลุงใจดีคนนั้นจะ!?

เปล่าๆ ไม่ใช่ลุงคนนั้นหรอก! พวกผมจอดจักรยานไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็จักรยานของแฝดหมายเลข 1 กับหมายเลข 2 หายไปทั้งคู่เลย ผมคล้องไว้คันเดียว แต่แฝดคล้องกุญแจไว้อันเดียวสองคัน ก็เลยเอาไปเลยทั้งสองคัน (หัวเราะ) ตอนนั้นตกใจเลยล่ะ .... อ่าแล้ว แฝดนั่นก็ตัวโตกว่าผมด้วย (หัวเราะ)

 

ร่องรอยสีสันที่หลงเหลือไว้

 

แล้วทำยังไงล่ะ?

เพื่อนแฝดโทรกลับไปที่บ้านแต่ไม่มีคนรับ ไม่รู้จะทำไงสองคนเลยเดิน ส่วนผมลากจักรยานกลับกัน สักพักแม่ของเพื่อนแฝดก็โทรศัพท์มา แล้วก็เอารถมารับ

 

อย่างนี้ก็เป็นเรื่องเล่าการผจญภัยหน้าร้อนชิวๆ ได้เลยซิ

จริงครับ เป็นผจญภัยครั้งใหญ่เลยล่ะ! เอาจริงก็ ทิวทัศน์ตอนปีนเขาจำแทบไม่ได้แล้วแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ลืมความรู้สึกที่ได้โหวกเหวกกันในวันนั้น แล้วก็คุณลุงใจดีคนนั้น ถึงจะช๊อคที่จักรยานเพื่อนแฝดหายแต่มาวันนี้กลับสนุกไปหมด กับเพื่อนแฝดพวกนั้นก็ไปเที่ยวเล่นที่อื่นด้วยกันบ่อยๆ

 

อย่างทำอะไรกันบ้าง?

ขว้างลูกโป่งน้ำที่ซื้อจากร้านชำใส่กันที่สนามโรงเรียน (หัวเราะ) นั่นน่ะใส่น้ำเข้าไปในลูกโป่งยากเชียวล่ะ ถ้าใส่ปากก๊อกไม่แน่นน้ำก็จะทะลั่กซู่ออกมา ใส่น้ำเยอะเกินก็จะแตกใส่ตัวเอง เลยยิ่งต้องตั้งใจปาใส่กัน (หัวเราะ) แล้วเพราะมัวเอาแต่เล่นเลยไม่เก็บกวาดให้เรียบร้อย .... พอมาโรงเรียนในวันถัดไป สนามโรงเรียนเรียนเลยเต็มไปด้วยสีสันแปลกๆ แล้วเศษลูกโป่งที่แตกก็ไปติดอยู่ตามที่ต่างๆ โวยวายกันใหญ่เลยว่า ใครเป็นคนทำหา!?” แต่กลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ (หัวเราะ) ขอโทษนะครับ!

 

ปิดเทอมหน้าร้อนตอน ม.ต้นล่ะ

เป็นงานเทศกาลล่ะมั้ง? ที่บ้านเกิดมีงานเทศกาลก็เลยได้ไปบ่อย จำเรื่องราวไม่ค่อยได้แล้ว แต่จำงานดอกไม้ไฟได้แม่นเลยล่ะ งานดอกไม้ไฟที่บ้านเกิดของผมไม่ได้จัดตอนหน้าร้อนแต่มีตอนเดือนตุลาคม ผมชอบไปซื้อของที่ชินจูกุแล้วใส่เสื้อวอร์มตัวโคร่งไป เป็นคนน้ำตาลจ๋าทั้งตัว ใส่เสื้อสเวตเตอร์กางเกงยีนส์ แล้วเด่นเลย! ก็ไม่ได้ทำอะไร รู้สึกคิดถึงตอนที่ได้พยายามทำอะไรไปอย่างนั้น เป็นวัยที่อยากเป็นหนุ่มแล้วนิดนึง (หัวเราะ)

 

บังเอิญไปปิ๊งปั๊งกับสาวในงานอะไรอย่างนั้นบ้างมั้ย  

ไม่อ่ะครับ (หัวเราะ) ไม่เคยเลยยย..... ความทรงจำก็แทบจะมีแต่บอล

 

ฮารุมะเป็นประเภททำการบ้านไว้เลยมั้ย

หึ ไม่เลยครับ จะทำก็ตอนเฉียดฉิวจะหมดปิดเทอมนั่นแหละครับ (หัวเราะ) ใช้พลังงานเมื่อสายแล้ว อย่างละครก็ด้วย จำบทได้แต่จะไม่ค่อยไปทำการบ้านต่อที่บ้าน พอถึงเวลาถ่ายร่างกายจะไปของมันเอง แต่ถ้ามีสมาธิมาจากบ้านแล้วละก็จะเยี่ยมเลย!

 

พูดถึงหน้าร้อนก็ต้อง ทะเลฮารุมะเล่นกระดานโต้คลื่นด้วยใช่มั้ย

ครั้งแรกเล่นในภาพยนตร์เรื่อง “Catch a wave” ตอน ม.3 กระดานโต้คลื่นไม่ใช่แต่คนโตแล้ว เด็กเล็กก็เล่นกันเยอะนะครับ เพราะเด็กหายใจเร็ว เด็กเลยเล่นเก่งกันเยอะ ทึ่งเลย ผมเองก็จะแพ้ไม่ได้ แรกๆ ดื่มน้ำทะเลจนกลัวเลย แต่ก็ทรงตัวได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ เลยจะสนุกสุดๆ ปกติก็ชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ว่างเลยไม่ได้ไปเล่นเลย

 

เล่นกระดานโต้คลื่นครั้งแรกได้ค้นพบหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างมั้ย

ไม่กลัวทะเลครับ มีอุปกรณ์ลอยตัวอย่างชุดประดาน้ำอยู่ก็ไม่กังวล รู้วิธีการรับมือว่าจะทำยังไงด้วย เหล่านี้เป็นความมั่นใจครับ

 

ตอนนี้มีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น เลยได้ทำอะไรสบายๆ มากขึ้น

 

หน้าร้อนปีนี้ถ้ามีเวลาอยากทำอะไร

นั่นซินะ~ อยากทำใบขับขี่ (หัวเราะ) แล้วผมก็จะขับรถไปทะเลกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ ทำบาบีคิว จากนั้น ตกเย็นก็เล่นดอกไม้ไฟ อยากทำอะไรที่มันเป็น  นี่แหละวัยรุ่น!”     

 

สมัยมัธยมไม่เคยทำหรอ

ตอน ม.ปลาย ไม่เคย แต่ตอน ม.ต้น เคย งานก็ยุ่งขนาดนั้นแล้ว เลยเที่ยวเล่นได้เท่าที่ทำได้ ถึงจะเที่ยวเล่นกันแบบเด็กๆ ยังไง ตอนนี้ก็ยังอยากกลับไปตอน ม.ต้น อีก (หัวเราะ)    

 

ปีนี้เรียนจบแล้ว ไม่ใช่นักเรียนแล้ว เปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง

ที่เห็นได้เลยคือมีอิสระมากขึ้น อยากนอนเวลาไหนก็นอนได้ อยากจะไปไหนก่อนทำงานก็ไปได้ อิสระนี่แหละที่คิดว่ามีเพิ่มขึ้น

 

ด้านความรู้สึกล่ะ

สบายสุดๆ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำกับข้าวเอง แต่เวลาดื่มอะไรก็จะล้างถ้วยเรียบร้อย พอห้องเริ่มสกปรกก็จะดูดฝุ่นที ตอนนี้ห้องผมเลยสะอาดมาก (หัวเราะ) ตอนที่ยังไปโรงเรียนทั้งไม่มีแรงฮึด ทั้งวุ่นๆ ด้วยเลยจะจัดการเรื่องรอบๆ ตัวไม่ค่อยได้ ตอนนี้เลยรู้สึกว่าค่อยๆ ทำอะไรได้ แล้วก็ไม่มีการบ้านแล้วดีเนอะ! (หัวเราะ)

 

แล้วงานล่ะเป็นยังไง 

การวางตัวเรื่องงานตอนนี้ก็ยังตั้งใจทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่ตั้งแต่เรียนจบไม่มีละครซีรี่ย์ เลยยังไม่รู้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า บางทีพอได้แสดงละครซีรี่ย์แล้วก็ไม่รู้สึกว่าเปลี่ยนหรือเปล่า

 

กลายเป็นพลังที่มีต่อผลงานเดี่ยวของผม

      

หน้าร้อนปีนี้ “Gokusen THE MOVIE” ก็จะออกฉายแล้ว ในภาพยนตร์ฮารุมะรับบทเป็นคาซามะหลังจากจบ ม. ปลาย ไปแล้ว ซึ่งเหมือนกับตัวเองตอนนี้มีอินบ้างมั้ย

ใช่เลยครับ รู้สึกอินสุดๆ

 

 คราวนี้คาซามะเจอกับเหตุการณ์ลำบากด้วย

ใช่ครับ สุดท้ายทุกคนก็จะเข้ามาพัวพันกันหมด ทั้งความรู้สึกผิดด้วย และปัญหาที่คาซามะย้ายออกนี่แหละเป็นเหตุให้ได้ทบทวนความสัมพันธ์ของเพื่อน ก็เลยไม่ใช่ว่าไม่มีความหมายนะ

 

ละครเวทีเรื่องแรก “Hoshi no daiji ni furu namida” ก็ใกล้จะแสดงแล้วเหมือนกันใช่มั้ย

ใช่แล้วครับแต่ว่าตอนนี้ยังไม่รู้สึกอะไร เห็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่โรงละครอาคาซาคะACT แล้วเข้าไปในโรงละครถึงจะคึกคักขึ้นมา  ตอนนี้ความรู้สึกที่ตัวเองยืนอยู่บนเวทีใหญ่ก็ยังคิดให้เป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ ตอนที่แสดงเสร็จไฟสว่างแล้วเห็นหน้าผู้ชมที่จะผิดหวังมั้ย รู้สึกยังไง คงยังเหมือนเดิม มันเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ แต่ก็มีกังวลว่าจะพลาดมั้ยเหมือนกัน

 

ซ้อมกันลำบากมั้ย

ลำบากครับแต่ก็สนุกดี มีเรื่องที่ไม่คุ้นหลายอย่างทั้งคิวบู้ทั้งร้อง แต่ก็ทำไปอย่างสนุกสุดๆ อยากได้เวลาอีกนิดเหมือนกับว่ายังทำได้ไม่พอเลย

 

 ตัวเองมีพัฒนาการใหม่ๆ บ้างมั้ย

อ้อ~ เปล่งเสียงได้ดีขึ้นด้วยล่ะ รู้สึกเป็นละครเวทีจังล่ะ ทั้งละครหรือภาพยนตร์เนี่ยจะออกเสียงไม่ต่างกัน ผมเปล่งเสียงได้ขนาดนี้ ตัวเองยังทึ่งเลย กำลังตั้งใจกับการเต้นอยู่ก็เลยอยากให้ได้เห็นกัน

 

รู้สึกว่าละครเวทีจะมีไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคมเลย

ครับ ดังนั้นหน้าร้อนปีนี้จึงหมดไปกับละครเวที ขอถวายชีวิตให้กับละครเวทีครับ!! คนที่สามารถไปชมได้ก็ติดตามกันด้วยนะครับ สนุกแน่นอน 

[Trans] LEAD ถึงผมเมื่อ 7 ปีก่อน

posted on 28 Jun 2009 10:08 by angelic01  in Interview
 

Thanks for Scans: Hudie.com & http://ann-mich.livejournal.com

Magazine : Junon June 2009

 

สามารถแสดงตัวตนออกมาได้อย่างซื่อตรงกว่าเมื่อก่อน
 
Nakadoi Hiroki

 

                บล็อกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม มีความกล้านำสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกมา หลังจากเดบิวท์แล้ว รู้สึกว่าถูกจับตามองอยู่ตลอด ไม่ว่ากับใครก็จะแสร้งทำเป็น เด็กดีในเมื่อทำงานนี้เลยคิดว่าทำอย่างนั้นดีแล้ว แต่พอเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ กลับรู้สึกเหมือนตัวเองจะแตก ความจริงช่วงนี้ได้ย้อนกลับไปดูภาพตอนเดบิวท์อีกครั้ง ตอนนั้นไม่มั่นใจตัวเองเลยจริงๆ ตั้งใจทำเต็มที่มากกว่าอะไร แต่พอย้อนกลับไปจากตอนนี้กลับไม่เห็นอะไรเลย ร้องเพลงก็ไม่ได้เรื่อง เต้นก็เหลาะแหละ ถึงจะแต่งตัวหรือทำผมแล้วก็ไม่เท่ห์เลย ตัวเองในอดีตสวนให้ว่านายก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกันนั่นแหละ (55+)

                ความสัมพันธ์ของ 4 คน ต่างคนต่างรู้สึกแรงว่าตัวเองต้องก่อน เลยไม่สมดุลกัน อาจหมายถึงคู่ปรับที่มีเถียงกันบ้าง กระทบกระทั่งกันบ้างก็ได้ เพื่อที่จะทำให้ศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ชื่อLead ก้าวเดินไปมากขึ้น ต้องดู ว่าเราเกาะกลุ่มกันอยู่ในตำแหน่งใดในกลุ่มนั้น ตอนนี้คุยหารือกัน 4 คนได้แล้ว และถ้าเป็นผมเมื่อก่อนถึงจะคิดว่าคิดเห็นไม่ตรงกับ 3 คน บ่อยครั้งที่เก็บไว้แค่ในใจตัวเองไม่พูดออกมา แต่นั่น เดี๋ยวนี้สามารถถ่ายทอดคำพูดที่ตัวเองคิดได้แล้ว ที่ตัวเองเป็นแบบนั้นได้ อาจจะที่สามารถเขียนบล็อกได้อย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกที่คิด ชีวิตคนเราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือคำตอบที่ถูก อีกกี่ปีต่อจากนี้ยังไม่เปลี่ยนไปอีก ตัวเองในตอนนี้คงสวนให้ก็ได้ เพราะไม่รู้อะไรคือคำตอบที่ถูกนี่แหละ จึงสำคัญที่เชื่อมั่นตัวเองให้ได้ก่อนจึงจะก้าวต่อไปได้

 

พออ่านคำร้องที่เขียนเมื่อก่อนแล้ว รู้เลยว่าตัวเองทั้งเด็กและอ่อนหัด
 
Taniuchi Shinya  

 

                 กรณีของ Lead กำหนดให้อยู่ที่พักของบริษัท ระหว่างนั้น 1-2 เดือนก็เดบิวท์ ดังนั้นจึงกะทันหันไปหมด ทั้งที่อยู่ท่ามกลางการรายล้อมด้วยสภาพที่สุดยอดอย่างนั้น แต่ไม่รู้สึกเลย จดจ่อเพียงเรื่องที่จะทำให้เป็นจริงเท่านั้น ตอนนั้นยังเพิ่ง14 ปี อยู่ ม.3 ยังอยู่ระหว่างช่วงต่อต้านด้วยจึงห่างกับพ่อแม่ พอมาคิดตอนนี้แล้วไม่เห็นอะไร ไม่รู้อะไรเลย พอมีเรื่องแย่ๆ ในงาน ก็จะแสดงอารมณ์ออกมาทันที ระเบิดอารมณ์แล้วก็มานั่งหดหู่ มีคนบอกว่าใจเย็นขึ้นด้วยอายุ แต่ไม่ได้ใจเย็นอะไรเลย เพียงแค่สภาพตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เลยได้แต่เงียบพูดไม่เป็น ตอนนี้ก็เพียงแค่ 7 ปีเท่านั้น ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ควบคุมตัวเองได้แล้ว
 
               การเปลี่ยนแปลงรู้สึกจะออกมาในเนื้อเพลงที่เขียนหรือดนตรีที่ทำ ระหว่างนี้ได้ลองกลับไปทบทวนเพลงที่เขียนกัน 4 คนครั้งแรกมานาน เพลงที่ฮิโรกิตั้งชื่อและเป็นเพลงที่ได้แสดงตอนคอนเสิร์ตที่ฮิบิยะ คำร้องคึกมาก จนตกใจ การใช้ศัพท์ก็เป็นแบบฉบับ แค่เติมเนื้อให้เข้าจังหวะกับเสียงเอง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้คิดว่าทำให้สไตล์ของตัวเองหรือความรู้สึกในเพลงถึงขีดสุดได้แล้ว
                 วิธีคบหาคนอื่นก็ 7 ปีมานี้รู้สึกเปลี่ยนไปนะ โดยเฉพาะผ่านอายุ 20 ไปแล้ว ถูกชวนให้ไปไหนอย่างดื่มฉลองก็ได้ นัดเจอกันก็เยอะขึ้นด้วย ดื่มไปก็ได้พูดคุยความในใจกับเพื่อน
 
                เพียงแค่ตัวเองในตอนนี้จะไม่ใจร้อนขึ้นอีกๆ พอก้าวเดินในความเร็วเดียวกับเมื่อก่อนแล้วเอื่อยเฉื่อยเกินไป พอพุ่งเข้าใส่แล้ว ตอนนี้มาคิดอีกที ถ้าแก้ปัญหาได้ก็ดีหรอก อยากจะส่งคำพูดธรรมดาๆ กับตัวเองให้ พยายามขึ้นอีกนะ  

 

เสื้อผ้าของผมเทียบกับ 3 คนแล้วเชยไปเลย อายเรื่องนี้มาก
 
Furuya Keita

 

                 เพียงชั่วพริบตาที่ตัดสินใจให้เดบิวท์ ใน 3 คนที่เป็นนักเรียนโอซาก้า ผมเป็นคนเดียวที่เข้ามาทีหลัง กลายเป็นกลุ่มที่ชื่อ Lead  ตอนแรกรู้สึกเหมือนเป็นนักเรียนที่ย้ายโรงเรียนมา ตื่นเต้นมากๆ แล้วพอเจอกับ 3 คนครั้งแรก ตัวเองดูเฉิ่มไปเลย ในตอนนั้นผมใส่เสื้อผ้าพอดีตัว เพราะเป็นคนตัวเล็กเสื้อผ้าผู้หญิงก็มี (หัวเราะ) แต่ 3 คนแต่งตัวแฟชั่น B-Boy ไซส์ XL กัน โทรศัพท์ไปหาพ่อแม่ที่บ้านเดี๋ยวนั้นเลยว่าอยากได้เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ ซื้อได้มั้ย? (หัวเราะ)
                ชีวิตประจำวันในโตเกียวช่วงเริ่มต้นจะกังวล แต่ทั้ง 3 คนก็ใจดีมากๆ และไม่ว่าอะไรก็ใหม่ไปหมด ตอนแรกก็ผ่านทุกวันไปอย่างเบิกบานมีแก่นสารไปด้วย แต่การใช้ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องสนุก เวลาที่งานไม่ราบรื่น หรือเวลาที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กน้อย จะท้อเอามากๆ ตอนกลางคืนจะโทรหาที่บ้าน พอวางสายแล้วร้องไห้บนเตียงคนเดียวก็มี ครั้งหนึ่งตอนที่ขึ้นเครื่องบิน ชั่วขณะที่เครื่องบินออก อยากเจอครอบครัวไม่เอาอะไรอีกแล้ว น้ำตาก็ไหลพรากออกมา
                ตอนนี้ก็ไม่โฮมซิกขนาดนั้นอีกแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น 7 ปีมานี้ รู้สึกจะไม่ค่อยเปลี่ยนนะ แค่คิดเรื่องเพลงกับเต้นก็หนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะเต้น ตอนทีได้ออกสเต็ปรู้สึกว่า อา! นี่แหละชีวิต! เดี๋ยวนี้เริ่มไป Story Dance กับเพื่อนตอนกลางคืน นำวิทยุเทปไปแล้วออกสเต็ปกันหน้ากระจกตึก บางครั้งคุณลุงเดินผ่านมาก็ส่งเสียงเก่งจังนะให้ แค่นั้นก็ทำให้มีความสุขแล้ว (หัวเราะ) การเต้นสำหรับผมแล้วขาดไม่ได้ พอโตขึ้น ไม่ใช่แค่สเต็ปที่แรงเท่านั้น วิธีการเต้นก็เปลี่ยนไปด้วย โตขึ้นแล้วก็อยากจะเต้นเซ็กซี่ได้บ้าง 

คิดเพียงแต่เรื่องของตัวเอง กับเรื่องที่สนุก
 
Kagimoto Akira

                 ผมเมื่อ 7 ปีก่อนเป็นเพียงเด็กไม่เอาไหน (หัวเราะ) ตอนเดบิวท์เพิ่งจะ 13 คิดว่าแค่สนุกก็พอแล้ว  มองแต่ตัวเอง ไม่เคยให้เวลาคิดแม้แต่เรื่องของ Lead เลย ดังนั้นเวลาเจอเรื่องไม่สนุกเข้านิดหน่อย อารมณ์จะไม่มั่นคงและจะนิ่งเงียบไม่พูด พอเดบิวท์แล้วอยู่ในสภาพที่ไม่รู้อะไรเลย จะมีกดดันบ้าง อยากบอกตัวเองในตอนนั้นว่านายน่ะคิดซักหน่อยแล้วทำอะไรได้แล้ว                 7 ปีมานี้ นอกจากเพลงแล้วก็ได้รับโอกาสทำอะไรหลายอย่าง พอคิดได้อย่างนั้น เคยร้องไห้เจ็บใจออกมาด้วย อย่างเวลาที่ไปออกรายการท๊อคโชว์คนเดียว จะขาวโพลนพูดไม่เป็นเลย พอกลับหอก็จะมาคิดว่าเรื่องที่พูดวันนี้ทั้งที่เป็นงาน ผมนิ่งเป็นรูปปั้นไปหรือเปล่า   ละครก็ช่วงแรกรู้สึกว่าตัวเองไปไม่ถึงระดับของนักแสดงรอบข้างจนหมดกำลังใจ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งที่โยงมาถึงตัวเองในตอนนี้
                พออายุ 20 ไปเมื่อปีที่แล้ว ธรรมดาต้องจัดเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว แต่ก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจอะไรยาก แต่ก็มีความรับผิดชอบและสำนึกว่าเป็นผู้ใหญ่ไปด้วย เพราะการใช้ชีวิตให้สนุกเป็นสุนทรีย์ในชีวิตของผม สิ่งนี้ที่ไม่อยากเปลี่ยนไป เพราะชอบดนตรีจึงเริ่มทำงานนี้ หายใจเป็นดนตรี ตายไปกับดนตรี ผมพูดได้เท่ห์ใช่มั้ย (หัวเราะ) แต่งเนื้อแต่งทำนองแล้ว อยากจัดลำดับดนตรีสดในไลฟ์เองได้ด้วย เพราะอย่างนี้เลยทยอยซื้ออุปกรณ์มาไว้ที่หอทีละนิด เมื่อมีดนตรี ก็จะได้ปล่อยธรรมชาติและการเต้นออกมาที่นั่น ทั้งรายการท๊อคโชว์หรือการแสดงเมื่อพยายามแล้ว ก็อยากพยายามให้ถึงที่สุด
 

เคตะ       ระยะเวลา 7 ปี สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความสัมพันธ์ของพวกเรา 4 คน
อากิระ     อืม มีเคตะที่ยังคงทำอะไรตามใจ มีชินยะที่เฝ้ามองอย่างดีเหมือนพ่อ มีฮิโรกิที่จัดการทุกอย่างเหมือนแม่ และมีผมที่ทำตามใจชอบที่สุด
ฮิโรกิ       ฮ่ะฮ่ะ ที่ไม่เปลี่ยนที่สุดคงเป็นสำนึกในงานล่ะมั้ง คิดถึงความต้องการของรอบข้างมากให้ความสำคัญแต่เรื่องที่พวกเราอยากทำ
เคตะ       หารือกัน 4 คนบ่อยขึ้นด้วยเนอะ
อากิระ     มีทั้งเรื่องที่อยากให้ความสำคัญเหมือนเดิม และเรื่องที่อยากเปลี่ยน ที่ไม่อยากให้เปลี่ยนคือความรู้สึก ที่อยากให้เปลี่ยนคือ...
ฮิโรกิ       เรื่องตื่นยากของเคตะ (หัวเราะ)
เคตะ       ต่อไปนี้จะพยายามครับ! 

Credit

Photo ::   ★のイケメンブログ ยังมีอีกหลายรูปค่ะ

Magazine :: Cool Up Vol.20 2009

 

วันนี้เปิดกล้อง "Gukusen sotsugyou Special" ซินะ รู้สึกยังไงที่ได้ใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วกลับมาเป็น Kamiya Shunsuke อีก

 เพิ่งจะมาถึง ยังไม่ได้เจอนักแสดงคนอื่นเลยครับ ดีใจที่ได้ย้อนกลับมาที่นี่ที่มีทุกคน โกคุเซ็นเป็นงานแสดงที่เดบิวต์ครั้งแรก เต็มไปด้วยความคิดถึงตอนที่ทุกอย่างใหม่หมด

 

เป็นครั้งสุดท้ายที่จะแสดงบท คามิยะ แล้วหรือเปล่าคะ

 มาถึงครั้งสุดท้ายที่เป็นธรรมเนียมของผลงานแล้ว จึงใส่ทั้งพลังใจ และอยากทำให้สนุกพร้อมกับทุกคน

 

มีฉากไหนที่อยากให้ดูที่สุดมั้ย

 อยากให้เห็นความแตกต่างในการแสดงของผมที่ผ่านมา 1 ปีจากภาคซีรี่ย์

ไม่รู้ว่าพัฒนาขึ้นบ้างมั้ย แต่อยากให้เห็นคามิยะคนใหม่ครับ !

 

ฉากที่สนุกที่สุดในภาคละครซีรี่ย์

 ซีนที่ได้โวยวายกับทุกคนสนุกที่สุดครับ

 

เวลารอเข้าฉากก็เล่นกับเพื่อนด้วยใช่มั้ย

 ไม่เลยครับ ตอนนั้นทุกคนจะหมกมุ่นอยู่กับเกมส์ แต่ไม่ใช่เกมส์ที่ผมอยากเล่น ตอนนั้นเลยอ่านเรื่อง "yume wo kanaeru zou" ไม่ใช่ว่าไม่คบกันนะ (หัวเราะ)

 

มีเรื่องที่ต้องระวังตอนที่แสดงเป็น คามิยะ มั้ย

 แสดงให้รู้สึกว่าเป็นนักเรียน ม.ปลายที่ทำตัวเหลาะแหละอย่างในสมัยนี้ครับ เพราะผมเป็นคนสมัยโชวะ (หัวเราะ)

 

โชวะหรอ!  แล้วเป็นรสนิยมเรื่องผู้หญิงของโชเฮหรือเปล่า

 ครับ ผมชอบคนหนักแน่น

 

เป็นผู้ชายโชวะจริงๆ ซินะ แล้วจุดที่สามารถรู้สึกร่วมกับคามิยะที่ไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้คือ

 ความคิดเรื่องเพื่อนครับ

 

ถ้าฝากข้อความจากโชเฮไปถึงคามิยะได้จะบอกอะไร

 จบการศึกษาอย่างราบรื่นด้วยนะ !

 

เอ๋? จะไม่ได้จบการศึกษาหรอ

 (ยิ้ม)

 

แต่ไตเติ้ลเป็น "จบการศึกษา" นิ่

 (ยิ้ม)

 

อย่างนี้ต้องรอดูซินะ ว่าแต่โชเฮมีพิธีจบการศึกษาไหนที่ลืมไม่ลงบ้างมั้ย

 พิธีจบการศึกษาตอน ม.ต้น ครับ ทุกวันสนุกมาก แล้วก็สนิทกับอาจารย์ด้วย เลยร้องไห้หนักเลย ผมสนิทกับอาจารย์ศิลปะเป็นพิเศษ หลังจากจบไปแล้วก็ยังไปเล่นที่โรงเรียนตอน ม.ต้น อยู่ ช่วยดูละครที่ผมที่แสดงด้วยนะครับ ก็จะได้รับกำลังใจกลับมา

 

ดีจังเนอะ แล้วจากนี้ไปมีผลงานอะไรอีกมั้ย หรือคลั่งไคล้อะไรอยู่

 ก็มีงานเลี้ยงหม้อไฟ เลยเทียวไล่กินหม้อไฟกับทุกคนครับ ผมชอบมิซุทาคิ (หม้อไฟชนิดหนึ่ง) ไม่ว่ายังไงก็ชอบกินที่สุดอยู่ดี พอได้เจอร้านอร่อยๆ จะสนุกครับ ก่อนหน้าเคยซื้อหนังสือแนะนำร้านราเมงที่อร่อยที่สุด 100 แห่ง แล้วก็ไปกินมา งานอดิเรกของผมคือ เรื่องกินกับเรื่องนอนครับ

 

คิดไม่ถึงเลย (หัวเราะ) มีงานอดิเรกอย่างอื่นอีกมั้ย

 ช่วงนี้ก็บิลเลียด....... อ๊ะ! สโนว์บอร์ดก็เก่งขึ้นแทบจะเป็นความสามารถพิเศษได้แล้วนะ! ปีนี้ก็ไปมา 5 ครั้งแล้ว ทนรอฤดูกาลหน้าไม่ไหวแล้วครับ  !

 

วันนี้มีถ่ายทำที่ลานโบลิ่งด้วยใช่มั้ย

 โบว์ลิ่งก็เล่นครับ สกอร์อยู่ที่ประมาณ 130 ล่ะมั้ง

 

สุดท้ายนี้ ตั้งแต่นี้ไปมีบทที่อยากแสดงมั้ย

 แม้ตอนนี้จะเลือกไม่ได้แต่ก็อยากจะลองท้าทายดูครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองแสดงบทคนสองบุคลิกดู ถึงจะดูยากก็เถอะ

 

เป้าหมายจากนี้ไป

 ยังไงก็ตามตอนนี้การฝึกฝนทักษะแสดงสำคัญที่สุด เมื่อรากฐานดี ก็จะสามารถเป็นพลังให้ทำในสิ่งตัวเองอยากจะทำได้

 

ได้ยินว่าทั้งถ่ายแบบและการแสดง ถ้ารับมาแล้ว ก็จะไม่เกี่ยงเรื่องสถานที่ด้วย

 ใช่แล้วครับ เป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากจะลองท้าทายหลายๆ อย่างครับ