Thanks for Scans: Hudie.com & http://ann-mich.livejournal.com

Magazine : Junon June 2009

 

สามารถแสดงตัวตนออกมาได้อย่างซื่อตรงกว่าเมื่อก่อน
 
Nakadoi Hiroki

 

                บล็อกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม มีความกล้านำสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกมา หลังจากเดบิวท์แล้ว รู้สึกว่าถูกจับตามองอยู่ตลอด ไม่ว่ากับใครก็จะแสร้งทำเป็น เด็กดีในเมื่อทำงานนี้เลยคิดว่าทำอย่างนั้นดีแล้ว แต่พอเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ กลับรู้สึกเหมือนตัวเองจะแตก ความจริงช่วงนี้ได้ย้อนกลับไปดูภาพตอนเดบิวท์อีกครั้ง ตอนนั้นไม่มั่นใจตัวเองเลยจริงๆ ตั้งใจทำเต็มที่มากกว่าอะไร แต่พอย้อนกลับไปจากตอนนี้กลับไม่เห็นอะไรเลย ร้องเพลงก็ไม่ได้เรื่อง เต้นก็เหลาะแหละ ถึงจะแต่งตัวหรือทำผมแล้วก็ไม่เท่ห์เลย ตัวเองในอดีตสวนให้ว่านายก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกันนั่นแหละ (55+)

                ความสัมพันธ์ของ 4 คน ต่างคนต่างรู้สึกแรงว่าตัวเองต้องก่อน เลยไม่สมดุลกัน อาจหมายถึงคู่ปรับที่มีเถียงกันบ้าง กระทบกระทั่งกันบ้างก็ได้ เพื่อที่จะทำให้ศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ชื่อLead ก้าวเดินไปมากขึ้น ต้องดู ว่าเราเกาะกลุ่มกันอยู่ในตำแหน่งใดในกลุ่มนั้น ตอนนี้คุยหารือกัน 4 คนได้แล้ว และถ้าเป็นผมเมื่อก่อนถึงจะคิดว่าคิดเห็นไม่ตรงกับ 3 คน บ่อยครั้งที่เก็บไว้แค่ในใจตัวเองไม่พูดออกมา แต่นั่น เดี๋ยวนี้สามารถถ่ายทอดคำพูดที่ตัวเองคิดได้แล้ว ที่ตัวเองเป็นแบบนั้นได้ อาจจะที่สามารถเขียนบล็อกได้อย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกที่คิด ชีวิตคนเราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือคำตอบที่ถูก อีกกี่ปีต่อจากนี้ยังไม่เปลี่ยนไปอีก ตัวเองในตอนนี้คงสวนให้ก็ได้ เพราะไม่รู้อะไรคือคำตอบที่ถูกนี่แหละ จึงสำคัญที่เชื่อมั่นตัวเองให้ได้ก่อนจึงจะก้าวต่อไปได้

 

พออ่านคำร้องที่เขียนเมื่อก่อนแล้ว รู้เลยว่าตัวเองทั้งเด็กและอ่อนหัด
 
Taniuchi Shinya  

 

                 กรณีของ Lead กำหนดให้อยู่ที่พักของบริษัท ระหว่างนั้น 1-2 เดือนก็เดบิวท์ ดังนั้นจึงกะทันหันไปหมด ทั้งที่อยู่ท่ามกลางการรายล้อมด้วยสภาพที่สุดยอดอย่างนั้น แต่ไม่รู้สึกเลย จดจ่อเพียงเรื่องที่จะทำให้เป็นจริงเท่านั้น ตอนนั้นยังเพิ่ง14 ปี อยู่ ม.3 ยังอยู่ระหว่างช่วงต่อต้านด้วยจึงห่างกับพ่อแม่ พอมาคิดตอนนี้แล้วไม่เห็นอะไร ไม่รู้อะไรเลย พอมีเรื่องแย่ๆ ในงาน ก็จะแสดงอารมณ์ออกมาทันที ระเบิดอารมณ์แล้วก็มานั่งหดหู่ มีคนบอกว่าใจเย็นขึ้นด้วยอายุ แต่ไม่ได้ใจเย็นอะไรเลย เพียงแค่สภาพตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก เลยได้แต่เงียบพูดไม่เป็น ตอนนี้ก็เพียงแค่ 7 ปีเท่านั้น ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ควบคุมตัวเองได้แล้ว
 
               การเปลี่ยนแปลงรู้สึกจะออกมาในเนื้อเพลงที่เขียนหรือดนตรีที่ทำ ระหว่างนี้ได้ลองกลับไปทบทวนเพลงที่เขียนกัน 4 คนครั้งแรกมานาน เพลงที่ฮิโรกิตั้งชื่อและเป็นเพลงที่ได้แสดงตอนคอนเสิร์ตที่ฮิบิยะ คำร้องคึกมาก จนตกใจ การใช้ศัพท์ก็เป็นแบบฉบับ แค่เติมเนื้อให้เข้าจังหวะกับเสียงเอง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้คิดว่าทำให้สไตล์ของตัวเองหรือความรู้สึกในเพลงถึงขีดสุดได้แล้ว
                 วิธีคบหาคนอื่นก็ 7 ปีมานี้รู้สึกเปลี่ยนไปนะ โดยเฉพาะผ่านอายุ 20 ไปแล้ว ถูกชวนให้ไปไหนอย่างดื่มฉลองก็ได้ นัดเจอกันก็เยอะขึ้นด้วย ดื่มไปก็ได้พูดคุยความในใจกับเพื่อน
 
                เพียงแค่ตัวเองในตอนนี้จะไม่ใจร้อนขึ้นอีกๆ พอก้าวเดินในความเร็วเดียวกับเมื่อก่อนแล้วเอื่อยเฉื่อยเกินไป พอพุ่งเข้าใส่แล้ว ตอนนี้มาคิดอีกที ถ้าแก้ปัญหาได้ก็ดีหรอก อยากจะส่งคำพูดธรรมดาๆ กับตัวเองให้ พยายามขึ้นอีกนะ  

 

เสื้อผ้าของผมเทียบกับ 3 คนแล้วเชยไปเลย อายเรื่องนี้มาก
 
Furuya Keita

 

                 เพียงชั่วพริบตาที่ตัดสินใจให้เดบิวท์ ใน 3 คนที่เป็นนักเรียนโอซาก้า ผมเป็นคนเดียวที่เข้ามาทีหลัง กลายเป็นกลุ่มที่ชื่อ Lead  ตอนแรกรู้สึกเหมือนเป็นนักเรียนที่ย้ายโรงเรียนมา ตื่นเต้นมากๆ แล้วพอเจอกับ 3 คนครั้งแรก ตัวเองดูเฉิ่มไปเลย ในตอนนั้นผมใส่เสื้อผ้าพอดีตัว เพราะเป็นคนตัวเล็กเสื้อผ้าผู้หญิงก็มี (หัวเราะ) แต่ 3 คนแต่งตัวแฟชั่น B-Boy ไซส์ XL กัน โทรศัพท์ไปหาพ่อแม่ที่บ้านเดี๋ยวนั้นเลยว่าอยากได้เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ ซื้อได้มั้ย? (หัวเราะ)
                ชีวิตประจำวันในโตเกียวช่วงเริ่มต้นจะกังวล แต่ทั้ง 3 คนก็ใจดีมากๆ และไม่ว่าอะไรก็ใหม่ไปหมด ตอนแรกก็ผ่านทุกวันไปอย่างเบิกบานมีแก่นสารไปด้วย แต่การใช้ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องสนุก เวลาที่งานไม่ราบรื่น หรือเวลาที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กน้อย จะท้อเอามากๆ ตอนกลางคืนจะโทรหาที่บ้าน พอวางสายแล้วร้องไห้บนเตียงคนเดียวก็มี ครั้งหนึ่งตอนที่ขึ้นเครื่องบิน ชั่วขณะที่เครื่องบินออก อยากเจอครอบครัวไม่เอาอะไรอีกแล้ว น้ำตาก็ไหลพรากออกมา
                ตอนนี้ก็ไม่โฮมซิกขนาดนั้นอีกแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น 7 ปีมานี้ รู้สึกจะไม่ค่อยเปลี่ยนนะ แค่คิดเรื่องเพลงกับเต้นก็หนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะเต้น ตอนทีได้ออกสเต็ปรู้สึกว่า อา! นี่แหละชีวิต! เดี๋ยวนี้เริ่มไป Story Dance กับเพื่อนตอนกลางคืน นำวิทยุเทปไปแล้วออกสเต็ปกันหน้ากระจกตึก บางครั้งคุณลุงเดินผ่านมาก็ส่งเสียงเก่งจังนะให้ แค่นั้นก็ทำให้มีความสุขแล้ว (หัวเราะ) การเต้นสำหรับผมแล้วขาดไม่ได้ พอโตขึ้น ไม่ใช่แค่สเต็ปที่แรงเท่านั้น วิธีการเต้นก็เปลี่ยนไปด้วย โตขึ้นแล้วก็อยากจะเต้นเซ็กซี่ได้บ้าง 

คิดเพียงแต่เรื่องของตัวเอง กับเรื่องที่สนุก
 
Kagimoto Akira

                 ผมเมื่อ 7 ปีก่อนเป็นเพียงเด็กไม่เอาไหน (หัวเราะ) ตอนเดบิวท์เพิ่งจะ 13 คิดว่าแค่สนุกก็พอแล้ว  มองแต่ตัวเอง ไม่เคยให้เวลาคิดแม้แต่เรื่องของ Lead เลย ดังนั้นเวลาเจอเรื่องไม่สนุกเข้านิดหน่อย อารมณ์จะไม่มั่นคงและจะนิ่งเงียบไม่พูด พอเดบิวท์แล้วอยู่ในสภาพที่ไม่รู้อะไรเลย จะมีกดดันบ้าง อยากบอกตัวเองในตอนนั้นว่านายน่ะคิดซักหน่อยแล้วทำอะไรได้แล้ว                 7 ปีมานี้ นอกจากเพลงแล้วก็ได้รับโอกาสทำอะไรหลายอย่าง พอคิดได้อย่างนั้น เคยร้องไห้เจ็บใจออกมาด้วย อย่างเวลาที่ไปออกรายการท๊อคโชว์คนเดียว จะขาวโพลนพูดไม่เป็นเลย พอกลับหอก็จะมาคิดว่าเรื่องที่พูดวันนี้ทั้งที่เป็นงาน ผมนิ่งเป็นรูปปั้นไปหรือเปล่า   ละครก็ช่วงแรกรู้สึกว่าตัวเองไปไม่ถึงระดับของนักแสดงรอบข้างจนหมดกำลังใจ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งที่โยงมาถึงตัวเองในตอนนี้
                พออายุ 20 ไปเมื่อปีที่แล้ว ธรรมดาต้องจัดเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว แต่ก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจอะไรยาก แต่ก็มีความรับผิดชอบและสำนึกว่าเป็นผู้ใหญ่ไปด้วย เพราะการใช้ชีวิตให้สนุกเป็นสุนทรีย์ในชีวิตของผม สิ่งนี้ที่ไม่อยากเปลี่ยนไป เพราะชอบดนตรีจึงเริ่มทำงานนี้ หายใจเป็นดนตรี ตายไปกับดนตรี ผมพูดได้เท่ห์ใช่มั้ย (หัวเราะ) แต่งเนื้อแต่งทำนองแล้ว อยากจัดลำดับดนตรีสดในไลฟ์เองได้ด้วย เพราะอย่างนี้เลยทยอยซื้ออุปกรณ์มาไว้ที่หอทีละนิด เมื่อมีดนตรี ก็จะได้ปล่อยธรรมชาติและการเต้นออกมาที่นั่น ทั้งรายการท๊อคโชว์หรือการแสดงเมื่อพยายามแล้ว ก็อยากพยายามให้ถึงที่สุด
 

เคตะ       ระยะเวลา 7 ปี สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความสัมพันธ์ของพวกเรา 4 คน
อากิระ     อืม มีเคตะที่ยังคงทำอะไรตามใจ มีชินยะที่เฝ้ามองอย่างดีเหมือนพ่อ มีฮิโรกิที่จัดการทุกอย่างเหมือนแม่ และมีผมที่ทำตามใจชอบที่สุด
ฮิโรกิ       ฮ่ะฮ่ะ ที่ไม่เปลี่ยนที่สุดคงเป็นสำนึกในงานล่ะมั้ง คิดถึงความต้องการของรอบข้างมากให้ความสำคัญแต่เรื่องที่พวกเราอยากทำ
เคตะ       หารือกัน 4 คนบ่อยขึ้นด้วยเนอะ
อากิระ     มีทั้งเรื่องที่อยากให้ความสำคัญเหมือนเดิม และเรื่องที่อยากเปลี่ยน ที่ไม่อยากให้เปลี่ยนคือความรู้สึก ที่อยากให้เปลี่ยนคือ...
ฮิโรกิ       เรื่องตื่นยากของเคตะ (หัวเราะ)
เคตะ       ต่อไปนี้จะพยายามครับ! 

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ววววววว งานยุ่งซินะคะเนี่ย !!
ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้สนุกกับการทำงานนะคะ
ส่วนลี่โดะเดี๋ยวจะดูแลให้เอง ฮ่าๆๆๆ

ว่าแต่... สุขภาพแข็งแรงเน้อออ
ช่วงนี้อากาศร้อนๆ หนาวๆ ไม่พอ
ฝนยังตกลงมาอีกแหน่ะ !!

คิ โอ๊ะ ท์ซึเกะเต๊ะคุดาไซ !!

double wink

#6 By K-Sei☆彡 on 2009-10-01 17:27

ตามมาแอดน้องทรายด้วยนะจ๊ะ

#5 By ::_OILY_:: on 2009-09-13 23:18

ป.ล. แอดไว้แล้วเน้อ

#4 By K-Sei☆彡 on 2009-09-10 20:15

โอ้วววววววววววว พี่ทรายยยย
กรี๊ดดดดดดดดด เจอกันในนี้ด้วย

โหะๆๆๆๆ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ได้อ่านในเว็บบอร์ดแล้วล่ะ
ซึ้งงงง อุตส่าห์เอาไปลงบอร์ดให้ด้วย
แต่ตอนนี้ไม่เห็นเลยย

พี่ทรายหายไปไหนน้าาาาาา
คิดถึงจัง surprised smile surprised smile

#3 By K-Sei☆彡 on 2009-09-10 20:00

น่ารักจังทั้ง 4 คน
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังจะสนับสนุนต่อไปนะ Lead

ขอบคุณมากค่ะทรายสำหรับคำแปล

#2 By d a o ★ on 2009-06-28 20:13

แปลเก่งจังเลยนะคะ
ขอบคุณมากสำหรับคำแปลจ้า
ไม่ว่าอ่านเมื่อไร ก็ยิ่งรักลีดมากขึ้น
รู้สึกดีจังเวลาได้อ่านบทสัมภาษณ์เนี่ย

ขอแอด Fav นะจ้าcry

#1 By ploylead on 2009-06-28 12:18